โทรศัพท์จะแรง จะแพงแค่ไหน ถ้าไม่มีแบตเตอรี่ ก็ไม่มีประโยชน์ หลายคนอาจไม่ทราบว่านอกจากหัวชาร์จที่มีการพัฒนาให้สามารถชาร์จเร็วขึ้นมาก ๆ แล้วการเลือกสายชาร์จที่เหมาะสม ก็มีส่วนสำคัญในการชาร์จแบตเตอรี่มือถือเช่นกัน
แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ ที่จะต้องได้รับการชาร์จจนเต็มเพื่อให้โทรศัพท์มือถือสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยแบตเตอรี่จะได้รับการฟื้นฟูด้วยอุปกรณ์ชาร์จที่ออกแบบมาสำหรับโทรศัพท์มือถือและแบตเตอรี่โดยเฉพาะ อุปกรณ์ชาร์จมักจะต้องเสียบเข้ากับแหล่งพลังงาน เช่น เต้าเสียบไฟ แบตสำรอง หรือแหล่งพลังงานอื่นๆ สำหรับทำการชาร์จไฟให้เต็ม
อุปกรณ์การชาร์จแบตเตอรี่มักจะประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก ๆ 2 อย่างด้วยกัน คือ อแดปเตอร์ (หัวชาร์จ) และสายชาร์จ ที่จะเป็นสื่อกลางระหว่างโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ไอทีต่างๆ กับระบบกำลังไฟ ซึ่งในปัจจุบันสายชาร์จถูกออกแบบมาในหลากหลายรูปแบบเพื่อรองรับการใช้งานของอุปกรณ์ไอทีจำนวนมหาศาลในตลาด โดยถูกออกแบบให้มีการใช้งานที่สะดวก พกพาง่าย หลากหลายฟังก์ชัน ทั้งสายชาร์จที่สามารถใช้งานการชาร์จได้กับหลายอุปกรณ์ หรืออาจจะใช้เป็นสายเชื่อมต่อเพื่อโอนถ่ายข้อมูลในตัวได้อีกด้วย

1.สายชาร์จ พอร์ต Lightning
เป็นพอร์ตที่เชื่อมต่อ iPhone, iPad หรือ iPod ที่มีช่องต่อ Lightning ซึ่งปัจจุบันจะมี แบบ USB และ USB-C เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับ Mac / Notebook / หัวชาร์จ ที่รองรับ USB และ USB-C หรือ Thunderbolt 3 (USB-C) เพื่อถ่ายโอนข้อมูลและชาร์จ หรือเชื่อมต่อกับ iPhone, iPad หรือ iPod ที่รองรับ USB / USB-C เพื่อชาร์จ
ซึ่งถ้าเราใช้ USB-C to Lightning ในการชาร์จไฟกับ iPhone แล้ว สามารถชาร์จได้เร็ว จาก 0-50% ใน 30 นาที เลยที่เดียว โดย iPhone ที่รองรับการชาร์จเร็วหรือ Fast Charge จะเป็น iPhone8 ขึ้นไป
2. สายชาร์จ พอร์ต Micro USB
เป็นสายชาร์จที่ได้รับความนิมอย่างแพร่หลาย เพราะใช้สำหรับระบบปฏิบัติการ Android ทั่วไป และ Window Phone มีการใช้งานมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของการใช้สมาร์ทโฟน รวมถึงยังสามารถใช้ได้กับอุปกรณ์ไอที อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ที่ต้องอาศัยการชาร์จแบตเตอรี่ได้เช่นกัน ซึ่งนอกจากจะรองรับการชาร์จแล้ว ยังรองรับการถ่ายโอนข้อมูลต่างๆได้อีกด้วย มีการผลิตออกมาให้เลือกหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบสายถักเพื่อความคงทน สวยงาม หรือแบบสายยาว เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
แม้ในปัจจุบันเทคโนโลยีจะพัฒนาไปมากจนเริ่มมีการเปลี่ยนมาใช้สายชาร์จ Type-C กันอย่างแพร่หลาย แต่ก็ยังมีสมาร์ทโฟนอีกหลายรุ่นที่ยังคงใช้สาย Micro USB และก็ได้มีการพัฒนาสาย Micro USB ให้มีความแข็งแรง คงทนมากขึ้น พร้อมทั้งสามารถรองรับระบบ Fast Charge ได้อีกด้วย
3. สายชาร์จ Type-C
เป็นสายชาร์จที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือที่เป็นระบบปฏิบัติการ Android พัฒนาจากสายชาร์จแบบ Micro USB โดยถูกพัฒนาให้ชาร์จได้ไวขึ้น และสามารถถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น สามารถถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลได้สูงสุดถึง 10 Gbps และทำให้การถ่ายโอนไฟล์ใหญ่ ๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนสามารถเป็นตัวเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือเข้ากับสมาร์ททีวีได้อีกด้วย สายชาร์จประเภทนี้จะสามารถทำการเสียบเชื่อมต่อแบบกลับด้านได้ การพลิกพอร์ตกลับด้านไปมาให้ได้ด้านที่ถูกต้องลงล็อก จึงจะไม่เป็นปัญหากวนใจอีกต่อไปและช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับช่องเสียบของโทรศัพท์มือถือในกรณีเสียบผิดด้านได้ด้วย ในส่วนของเทคโนโลยีการชาร์จไวหรือ Fast Charge จะต้องใช้ควบคู่กับอแดปเตอร์ที่รองรับเทคโนโลยี Fast Charge เช่นเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันนี้ สายชาร์จ Type-C จะถูกใช้มากกับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ๆ และในอนาคตก็อาจจะเข้ามารองรับแทนสายชาร์จแบบ Micro USB
4. สายชาร์จ 3 in 1
เทคโนโลยีใหม่ที่ผลิตขึ้นมากเพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้งานอุปกรณ์ไอที ซึ่งเป็นสายชาร์จที่เหมาะสำหรับบุคคลที่มีโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ไอทีอื่น ๆ หลายเครื่อง ตัวสายชาร์จถูกออกแบบให้มีหลายหัวชาร์จ ทั้งแบบ Micro USB, Type-C และ Lightning เพื่อให้สามารถเสียบชาร์จอุปกรณ์หลายเครื่องได้ในเวลาเดียวกัน ได้ทั้งความสะดวกและรวดเร็วในการชาร์จ หากพกพาสายชาร์จ 3 in 1 เพียงสายเดียว ก็สามารถชาร์จได้ทั้ง Micro USB, Type-C และ Lightning พร้อม ๆ กันได้
ปัจจุบันแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เป็นอย่างมาก iPhone และ iPad จึงได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ในการใช้งานของคนทั่วไปในยุคนี้
ซึ่งการเลือกซื้อสายชาร์จเพื่อนำมาใช้งานควรเลือกซื้อของแท้ที่มีคุณภาพและได้รับการรับรองจาก MFi / USB IF เพราะการใช้สายชาร์จของปลอม ที่ไม่มีคุณภาพอาจนำไปสู่ปัญหาการชาร์จไฟไม่เข้า หรือแบตเตอรี่เสื่อมได้ในระยะยาว
ทาง CSI ของเรามีสายชาร์จมากมายหลากหลาย ที่ซึ่งคุณจะสามารถวางใจได้ว่าสายชาร์จของเราเป็นสายชาร์จที่มีคุณภาพเพราะได้การรับรอง MFi / USB IF ตอบโจทย์สำหรับคนที่กำลังมองหาสายชาร์จเร็วสำหรับ iPhone หรือ iPad อย่างแน่นอน
- Belkin Playa สายชาร์จเร็วพร้อมถ่ายโอนข้อมูล Braided C to Lightning 2M แบบถักเชือก สำหรับ iPhone 8 ขึ้นไป PMxx1004yz2M
- เป็นแบบ C to Lightning
- รองรับกำลังไฟสูงสุด 30W
- รองรับ iPhone 8 ขึ้นไป
- ใช้คู่กับหัวชาร์จ USB C / PD
- ประหยัดเวลาในการชาร์จได้ถึง 30-45 นาทีต่อครั้ง
- สายผลิตจากวัสดุไนลอนถักสองชั้นเพื่อความแข็งแรงทนทาน ผ่านการทดสอบการบิดงอกว่า 10,000 ครั้ง
- Belkin สายชาร์จเร็ว พร้อมถ่ายโอนข้อมูล Boost Charge DuraFlex Pro Silicone C to Lightning 1M พร้อมสายล็อค CAA011bt1M
- เป็นแบบ C to Lightning
- รองรับกำลังไฟสูงสุด 30W
- รองรับ iPhone 8 ขึ้นไป
- ใช้คู่กับหัวชาร์จ USB C / PD
- ประหยัดเวลาในการชาร์จได้ถึง 30-45 นาทีต่อครั้ง
- ตัวสายถูกออกแบบพิเศษเพิ่มความสวยงาม หรูหรา
- มีตัวเก็บล็อคสาย เพื่อให้จัดเก็บได้เป็นระเบียบ
- มีอายุการใช้งานนานกว่าสายชาร์จทั่วไปถึง 10 เท่า
- Belkin สายชาร์จเร็วพร้อมถ่ายโอนข้อมูล Boost Charge DuraFlex Silicone C to Lightning 1M สำหรับ iPhone 8 ขึ้นไป CAA009bt1M
- เป็นแบบ C to Lightning
- รองรับกำลังไฟสูงสุด 30W
- รองรับ iPhone 8 ขึ้นไป
- ใช้คู่กับหัวชาร์จ USB C / PD
- ชาร์จเร็วถึง 50% ภายในเวลา 30 นาที * เมื่อจับคู่กับอะแดปเตอร์ USB-C ขนาด 18 วัตต์ หรือรุ่นที่สูงกว่า
- ผลิตจากวัสดุสายยาง PVC สัมผัสนุ่ม
- ผ่านการทดสอบบิดงอกว่า 8,000 ครั้ง
- Belkin สายชาร์จเร็วพร้อมถ่ายโอนข้อมูล Boost Charge Braided C to Lightning 1,2M แบบถักเชือกสำหรับ iPhone 8 ขึ้นไปCAA004bt
- เป็นแบบ C to Lightning
- รองรับกำลังไฟสูงสุด 30W
- รองรับ iPhone 8 ขึ้นไป
- ใช้คู่กับหัวชาร์จ USB C / PD
- ชาร์จเร็วถึง 50% ภายในเวลา 30 นาที * เมื่อจับคู่กับอะแดปเตอร์ USB-C ขนาด 18 วัตต์ หรือรุ่นที่สูงกว่า
- ผลิตจากวัสดุไนลอนถักสองชั้นเพื่อความแข็งแรงทนทาน ผ่านการทดสอบบิดงอกว่า 10,000 ครั้ง
- Belkin สายชาร์จเร็วพร้อมถ่ายโอนข้อมูล Boost Charge C to Lightning 1M สำหรับ iPad iPhone 8 ขึ้นไป CAA003bt1M
- เป็นแบบ C to Lightning
- รองรับกำลังไฟสูงสุด 30W
- รองรับ iPhone 8 ขึ้นไป
- ใช้คู่กับหัวชาร์จ USB C / PD
- ชาร์จเร็วถึง 50% ภายในเวลา 30 นาที * เมื่อจับคู่กับอะแดปเตอร์ USB-C ขนาด 18 วัตต์ หรือรุ่นที่สูงกว่า
- ผลิตจากวัสดุสายยาง PVC ผ่านการทดสอบบิดงอกว่า 8,000 ครั้ง